การทำวิทยานิพนธ์ในยุคโควิด

การทำวิทยานิพนธ์ในยุคโควิดนั้น มีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมส่วนบุคคล โดยเฉพาะอาจารย์เองก็ยังไม่มีความคุ้นชินกับโปรแกรมต่าง ๆ ในการสอนออนไลน์ ผู้ทำวิจัยไม่มีอุปกรณ์ รวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่ค่อยดีนัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนอย่างจริงจังว่า จะสนับสนุนคุณอาจารย์อย่างไร ต้องประเมินความพร้อมอย่างรอบด้าน เป้าหมายที่แท้จริงของการวิจัย คือ การพัฒนาการทำวิทยานิพนธ์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การถกเถียง การมีปฏิสัมพันธ์กัน ถึงแม้ว่าการทำวิทยานิพนธ์จะมีข้อจำกัด และอุปสรรคบ้างแต่ “ วิกฤตในครั้งนี้ทำให้สถาบันวิจัย นักวิจัย อาจารย์ที่ปรึกษามีการปรับตัวให้ชินกับการทำวิทยานิพนธ์ ”  แต่ก็ไม่ใช่ทุกวิชา หรือทุกคณะจะเปลี่ยนมาสอนออนไลน์ได้ทั้งหมด เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และประสิทธิภาพของการสอน ที่สำคัญที่สุด คือ “ทำห้องทดลองทำวิจัยออนไลน์” ยังไงเพื่อทดแทน “ห้องทดลองทำวิจัยออฟไลน์” หรือห้องทดลองทำวิจัยจริง ๆ ให้ได้ส่วนสำคัญที่สุด คือ “ปฏิสัมพันธ์”

การทำวิทยานิพนธ์ในยุคโควิดนั้น มีข้อจำกัดเรื่องความพร้อมส่วนบุคคล โดยเฉพาะอาจารย์เองก็ยังไม่มีความคุ้นชินกับโปรแกรมต่าง ๆ ในการสอนออนไลน์ ผู้ทำวิจัยไม่มีอุปกรณ์ รวมถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่ไม่ค่อยดีนัก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องวางแผนอย่างจริงจังว่า จะสนับสนุนคุณอาจารย์อย่างไร ต้องประเมินความพร้อมอย่างรอบด้าน เป้าหมายที่แท้จริงของการวิจัย คือ การพัฒนาการทำวิทยานิพนธ์ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การถกเถียง การมีปฏิสัมพันธ์กัน ถึงแม้ว่าการทำวิทยานิพนธ์จะมีข้อจำกัด และอุปสรรคบ้างแต่ “ วิกฤตในครั้งนี้ทำให้สถาบันวิจัย นักวิจัย อาจารย์ที่ปรึกษามีการปรับตัวให้ชินกับการทำวิทยานิพนธ์ ” แต่ก็ไม่ใช่ทุกวิชา หรือทุกคณะจะเปลี่ยนมาสอนออนไลน์ได้ทั้งหมด เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสม และประสิทธิภาพของการสอน ที่สำคัญที่สุด คือ “ทำห้องทดลองทำวิจัยออนไลน์” ยังไงเพื่อทดแทน “ห้องทดลองทำวิจัยออฟไลน์” หรือห้องทดลองทำวิจัยจริง ๆ ให้ได้ส่วนสำคัญที่สุด คือ “ปฏิสัมพันธ์”

 

แล้วเราจะเตรียมผู้ทำวิจัยให้พร้อม หากต้องเจอสถานการณ์เช่นเดิมอย่างไร? ที่ผ่านมาเราก็ได้สะท้อนวิกฤติครั้งนี้ ว่าจะเปลี่ยนแปลงเรื่องการวิจัยใหม่สำหรับนักวิจัยในอนาคต เราควรสอนอะไร และเตรียมผู้ทำวิจัยให้พร้อมกับสถานการณ์แบบไหน ระบบการวิจัยที่ต้องปรับตัวพัฒนานวัตกรรม เปลี่ยนการ “ออฟไลน์” มาเป็น “ออนไลน์” ได้อย่างเต็มรูปแบบ และ 5 บทของวิทยานิพนธ์ที่เราจะต้องเตรียมผู้ทำวิจัยของเราเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นเดิม จึงควรสอนให้รุ่นต่อไปอยู่ในโลกที่เชื่อมต่อกันจากสถานการณ์การระบาดของ โควิด 19 เปลี่ยนแปลงโลก ทำให้เราเห็นภาพว่าโลกเราเชื่อมต่อกันขนาดไหน ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า พฤติกรรม “โดดเดี่ยว” อีกต่อไปแล้ว คนที่ประสบความสำเร็จอนาคตจะ ต้องเป็นคนที่เข้าใจความสัมพันธ์กันของโลก และสามารถหาเส้นทางข้ามขีดจำกัด ใช้ความแตกต่างให้เป็นประโยชน์ และทำงานด้วยวิธีที่ใช้ความร่วมมือจากโลกที่เชื่อมต่อกัน

คำจัดกัดความใหม่ของ “อาจารย์” คำพูดที่ว่า “อาจารย์เป็นผู้กำความรู้ที่จะสร้างสติปัญญาของผู้ทำวิจัย” ไม่ใช่คำพูดที่ตรงกับการวิจัยในศตวรรษที่ 21 อีกต่อไป เมื่อผู้ทำวิจัยสามารถแสวงหาความรู้ หรือทักษะได้ทางออนไลน์ เราต้องปรับเปลี่ยนบทบาทของอาจารย์ในห้องทดลองทำวิจัยทักษะชีวิตที่จำเป็นในอนาคตในสภาพแวดล้อมที่โลกเปลี่ยนแปลงไป นักวิจัยจะต้องมีความยืดหยุ่น และสามารถปรับเปลี่ยนตัวเองได้ ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นที่จะหาเส้นทางฝ่าฟันวิกฤติครั้งนี้ ทักษะที่สำคัญที่สุดที่เป็นที่จับตามองในตอนนี้ คือ ความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการสื่อสาร และความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น ควบคู่ไปกับความสามารถในการเข้าใจ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น และมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ ปลดล็อกเทคโนโลยีที่จะช่วยส่งเสริมการวิจัย การระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การทำวิทยานิพนธ์ ต้องปรับตัวใช้เครื่องมือเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว และสร้างบทเรียนเพื่อการทางไกลให้กับผู้ทำวิจัยในทุกระดับการศึกษา อาจารย์ทั่วประเทศกำลังเผชิญกับความเป็นไปได้ที่จะได้ทำอะไรที่แตกต่าง และแตกต่างด้วยความยืดหยุ่น ที่จะเกิดประโยชน์ในการเข้าถึงการทำวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาทุกคนในประเทศไทย

 

คาดการณ์ การวิจัยไทยในอนาคต การทำวิทยานิพนธ์ผ่านเทคโนโลยีที่เป็นจริงได้ในวันนี้ ก็เพราะความพร้อม และการพัฒนาของเทคโนโลยีเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการวิจัย ทำให้การวิจัยเกิดนวัตกรรมการรู้แบบใหม่ที่ไม่เคยคาดคิด เกิดการร่วมมือกัน ระหว่าง ภาครัฐ และเอกชน พัฒนาช่องทางการรู้แบบใหม่ สร้างนวัตกรรมส่งเสริม สนับสนุนการทำวิทยานิพนธ์ออนไลน์ เช่น แพลตฟอร์มการทั้งแบบออนไลน์ และการถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ รวมทั้งพัฒนาระบบสารสนเทศพื้นฐานที่เอื้อกับการรู้อื่น ๆ เสริมเข้าไปด้วย ความเหลื่อมล้ำทางการวิจัยที่จะเกิดขึ้น จากโอกาสในการเข้าถึงสารสนเทศที่ไม่เท่าเทียม การทำวิทยานิพนธ์เป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาในสถานการณ์ โควิด-19 และทำได้จริงมากที่สุด แต่การทำลักษณะนี้ได้ ประเทศนั้นต้องมีโครงการการสื่อสาร และอินเทอร์เน็ตที่ดีและราคาถูก ทุกคนเข้าถึงได้ รวมถึงความเหลื่อมล้ำในเรื่องของอุปกรณ์ที่จะเชื่อมต่อ แต่ก็ต้องต้องยอมรับว่าการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตอบรับเทคโนโลยีเหล่านี้ การเข้ามาของการทำวิทยานิพนธ์ ยิ่งทำให้นักวิจัยยากจนและผู้ที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยี ถูกละทิ้งและมองข้ามไป

 

จากวิกฤตโควิด-19 ในครั้งนี้สิ่งที่สำคัญที่สุด การทำวิทยานิพนธ์จะใช้ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ เรียนรู้การจากทางไกล เรียนออนไลน์ ทิ้งระยะห่างทางสังคม แยกจากเพื่อน แยกจากอาจารย์ไม่ได้อยู่ในห้องทดลองทำวิจัย เป็นการเตือนใจถึงความสำคัญของการทำวิทยานิพนธ์กับการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมแบบตัวต่อตัว และที่สำคัญอีกอย่าง อาจารย์ หรืออาจารย์ก็จะต้องเปลี่ยนบทบาทจากการสอนในการทำวิทยานิพนธ์ หรือวิจัยในชั้นเรียนมาเป็นผู้สร้างเนื้อหา บทเรียน ให้เหมาะสมกับการทำวิทยานิพนธ์ และสร้างสรรค์นวัตกรรมการรู้ส่งเสริมให้ผู้วิจัยสามารถก้าวทันโลกที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รูปแบบการวิจัยของไทยก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากเดิมจะต้องการทำการวิจัยในห้องทดลองทำวิจัยก็ต้องมาปรับเป็นรูปแบบการทางไกล (Remote Learning) หรือเข้าใจง่ายๆ ก็คือ การทำวิทยานิพนธ์ เมื่อโควิด-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนโฉมหน้าการวิจัยไทย ทำให้เกิดคำถามว่า ต่อไปรูปแบบการทำวิทยานิพนธ์จะถูกพัฒนาไปอย่างไร หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อให้ผู้ทำวิจัยกลับมาเรียนในห้องทดลองทำวิจัย ซึ่งปัจจุบันก็เริ่มมีสถานศึกษาหลายแห่งมองว่า เป็นรูปแบบการวิจัยในรูปแบบออนไลน์มีประสิทธิภาพมากกว่าที่ผ่านมาสิ่งที่ถูกนำมาใช้รับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 คือ การสร้างแพลตฟอร์มการสอนออนไลน์ ตลอดจนเครื่องมือและเนื้อหาออนไลน์ต่างๆ ให้กับผู้ทำวิจัยหรือนักศึกษา นอกจากนี้ ยังจะต้องมีการพัฒนาแพลตฟอร์มให้เข้าถึงได้ง่าย มีการเชื่อมต่อที่รวดเร็ว มีความเสถียรและสม่ำเสมอ เพื่อลดความซับซ้อนและยุ่งยากในการทำวิทยานิพนธ์